เมื่อ ตื่นขึ้นมาผมพบว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนทั้งสองคนแล้วครับ พอเดินออกไปข้างนอกก็พบว่าทั้งสองคนนั้นกำลังช่วยคุณยายทำงานบ้านอยู่ด้วย ความขยันขันแข็ง มองไปแล้วก็น่ารักดีครับ ผมอยากให้เราสามคนกลับไปเหมือนวันเก่าๆ ถ้าผมมีสองคนนี้เป็นน้องกับเพื่อน คงมีความสุขมากกว่านี้ เพราะถ้าเราจะอยู่ด้วยกันสามคนแบบนี้มันคงไม่ง่ายเลย เพราะปกติแล้วผมเป็นคนเปิดเผย อาจจะไม่ได้ป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้ซ่อนเร้น ถ้าผมมีแฟนผมก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้ แต่แบบนี้มันทำให้ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไป เพราะถ้าผมจะแสดงออกต่อสาธารณะชนจริงๆ ผมคงทำได้เฉพาะกับคิม แล้วนาวก็จะน่าสงสารมากที่ต้องถูกผมซ่อนเอาไว้ สุดท้ายก็ต้องมีคนเจ็บอยู่ดี ผมไม่อยากให้ใครเจ็บเลย นี่คือเหตุผลจริงๆที่ผมอยากจะเดินจากคนทั้งสองมาในตอนแรก แม้ว่ามันจะเจ็บปวดบ้างในช่วงแรก แต่ดีกว่าที่ต้องมาเจ็บปวดกันตลอดไป แต่พอมาตอนนี้ผมก็เลือกใครไม่ได้อีก เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ไปนั่งถอดอารมณ์ที่ริมน้ำอย่างไร้จุดหมาย
ซักพักก็มีคนมานอนตักผม แล้วก็มีคนมาหอมแก้มผมจากนั้นก็กอด คนที่มานอนตักผมคือนาว ส่วนที่ผมหอมแล้วก็กอดผมคือคิม
“นึก ว่าหายไปไหน แอบมานั่งอยู่นี่เอง หายเพลียรึยัง” คิมแถมผมด้วยความอารมณ์ดี แต่ผมได้นั่งเงียบไม่เคลื่อนไหว เหมือนหมีซึมๆเพราะอาหารไม่ย่อย
“พี่อาม โกรธเราสองคนเหรอ ขอโทษนะ อารมณ์มันพาไป เราสองคนรักพี่อามมากจริงๆ มากกว่าทีใครจะยอมปล่อยให้พี่อามจากไป” นาวพูดแล้วก็เอื้อมมือขึ้นมาจับแก้มผม คำว่ารักกว่าที่จะปล่อยไป มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองน้ำตามันเอ่อขึ้นมาว่านี่ผมต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ ไปจริงๆใช่ไหม คิมเห็นท่าทางผมไม่ดี เลยกอดผมแน่นกว่าเดิม
“ขอโทษนะอาม เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เราจะไม่ทำให้อามเหนื่อยขนาดนี้อีกแล้ว” คิมดูรู้สึกผิดมาก
“ไม่ ได้โกรธหรอกแต่ว่า...” ผมก็ให้เหตุผลกับทั้งสองคนไปตามที่เล่าไว้ช่วงแรกของบทนี้แล้วละครับ พอผมพูดจบทุกคนก็ได้แต่เงียบ จนกระทั่ง....
“อาม คิมถามคำเดียว อามรักเราสองคนจริงๆใช่มั้ย”
“ไม่ รักจะหนีมานี่ทำไมให้ลำบาก ก็เพราะการที่เรามันเห็นแก่ตัวไม่ยอมเลือกใครไงล่ะ ที่ทำให้เราสามคนต้องอยู่ในสภาพนี้” ผมพูดด้วยเสียงขาดช่วง มันยากเหลือเกินที่จะบอกอะไรที่ช่างลำบากใจอย่างนี้ออกมา
“งั้นอามแค่รักเราสองคนก็พอที่เหลือเป็นเรื่องที่คิมกับนาวเอง” ผมตะลึงไม่คิดว่านี่จะเป็นเรื่องจริง แต่นาวพยักหน้าเห็นด้วย
“แค่ พี่อามบอกว่ารักเราสองคนก็พอครับ” นาวพูดจบแล้วก็คว้าผมมากอดไว้ แล้วคิมก็คว้าผมไปจูบ นาวเองก็เข้ามาด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้ลิ้นของผมกำลังพันกับทั้งลิ้นของสองหนุ่มที่เหมือนจะตัก ตวงความต้องการจากผมไม่พอซะที
“พอเหอะ พอแล้ว อย่าทำแบบนี้ในที่แบบนี้เลยนะ” ผมรู้สึกว่ามันจะเลยเถิดไปแล้ว เลยต้องหยุด แล้วทั้งสองหนุ่มก็หยุด แต่ก็ไม่วายซบผมที่ซอกคอผมคนละข้าง จากนั้นก็เดินกันออกมาโดยที่ทั้งสองคนยังกุมมือผมอยู่ ผมไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายที่มีคนสองคนมารัก แล้วผมก็รักเขาสองคนอย่างหมดหัวใจ คนหนึ่งก็เจ้าชายที่แสนดี อีกคนก็น้องชายที่ตัดกันไม่ลง ผมคิดถึงอนาคตตัวเองไม่ออกเมื่อต้องกลับไปกรุงเทพ เฮ่อ
ตกคืนนั้นสิ่งที่ ผมไม่อยากให้เกิดมันก็เกิด เพราะที่สุดแล้ว เราก็เล่น Threesome กันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังดีที่ว่าคราวนี้ไม่ได้รุนแรงแต่ก็ไม่วายที่ผมต้องเหนื่อยอยู่ดี ก็ผมต้องโดนทั้งสองคนเล่นทั้งช่วงบนช่วงล่าง ไม่ให้เหนื่อยให้เมื่อยยังไงไหว แต่สองคนนั้นดูจะแฮปปี้มาก ไม่ร้องครวญครางก็ร้องเรียกชื่อผมตลอดเวลา มันจะอะไรกันนักหนา โอ้ยผมจะบ้าตาย เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ดีนะที่คืนนั้นผมไม่ต้องเสียบด้วย เพราะไม่มีน้ำจะให้แตกแล้วครับ แล้วผมก็หลับไปใต้อ้อมกอดที่เปลือยเปล่าของเราสามคน แต่ไม่วายที่มือสองคนนั้นจับท่อนลำผมไว้ คือถ้าแข็งขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะปฎิบัติการต่อโดยทันที คงไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้าจะให้แข็งคงต้องไปกินม้ากระทืบโรงหรือไวอะกร้าแล้วมั้ง โอย ทำไมโลกเรามันช่างไม่รู้จักความพอดีซะเลย ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำลังถูกพระเจ้าให้รางวัลหรือถูกลงโทษกันแน่ จริงอยู่ครับว่ามันสุดแสนจะหฤหรรษ์ เสียวซ่านสะท้านไปทั่วทั้งกายแต่อะไรก็ตามที่มากเกินไปมันก็ไม่ดีใช่ไหมครับ อย่างชูชกก็กินจนท้องแตกตายเพราะโลภมากในการบริโภคอาหาร ผมก็กลัวเหมือนกันว่าจะตายคากองน้ำกามของสองหนุ่มที่ดูเหมือนว่าจะไม่รู้จัก อิ่มไม่รู้จักจักพอที่จะตักตวงกามรสจากผมซะที
สัปดาห์ต่อมาผมก็ได้เวลากลับบ้านซะที โดยที่คิมกับนาวมารับผมกลับไป ก่อนก ลับผมโทรคุยกับพี่หมอชาญเพื่อที่จะขอบคุณที่ช่วยหาที่พักพิงให้และเล่า เรื่องที่ผมตกลงอยู่กันไปแบบสามคน พี่หมอชาญได้ฟังแล้วก็เงียบไปซักพัก ก่อนที่จะถามว่า
“แน่ใจแล้วนะ ที่จะเลือกแบบนี้” พี่หมอชาญถามเสียงเครียด
“อ้าวก็พี่หมอชาญบอกว่าเคยบอกนี่ว่าอาจต้องคบไปสามคน”
“นั่นน่ะมันโบราณมาแล้วนะเว้ย ไม่ใช่ปัจจุบันนี้”
“แล้วจะให้ผมทำไงอ่ะ เลิกก็ไม่ได้อีก ผมก็เครียดนะเนี่ย”
“อามต้องแบ่งเวลาดีๆ เพราะสองคนนี้เขารักอามมาก แล้วอามคิดว่าจะอยู่แบบนี้ไปตลอดเหรอ”
“บอก ตามตรงเลยนะพี่หมอ ผมว่าเรากันอยู่กันแบบนี้ต่อไปนานๆไม่ได้หรอก เพราะผมรู้แล้วว่าจริงๆ สองคนนี้เขาแย่งชิงความรักจากผมกันอยู่ตลอดเวลา ผมรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกันจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้มันจะจบลงตรงไหน” จากนั้นพี่หมอชาญก็อวยพรให้ผมโชคดี และดูแลความรักของตัวเองดีๆ ฟังแล้วก็เหนื่อยใจ เพราะผมไม่รู้ว่าอนาคตความรักของผมจะเป็นอย่างไรเหมือนกัน
ทำไมผมถึง รู้ว่าสองคนนี้เขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกันจริงๆเหรอครับ เพราะเวลาที่เราปฏิบัติการเล่นรักกันสามคน ผมจะเหนื่อยมาก เพราะสองคนนั้นต่างคนต่างงัดเอากลเม็ดทั้งหลายมาปรนเปรอผมให้ผมพอใจใครคนใด คนหนึ่งมากที่สุด แล้วพอต่างคนต่างเห็นลีลาของอีกฝ่ายบนเตียง ก็กลัวว่าจะน้อยหน้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกว่าผมเสียวกระสันแบบสุดๆ โดยที่หลายครั้งก็ลืมไปว่าผมจะไม่มั้ย จนช่วงหลังผมต้องเป็นฝ่ายเสียบสองคนนั้นบ้าง ไม่งั้นก็อาจจะไม่มีแรงเดินได้ เวลาจะจูบก็ไปจูบใครก่อนไม่ได้ ต้องดึงสองคนนั้นมาจูบๆพร้อมๆกัน ไม่งั้นจะโดนใครคนใดคนหนึ่งงอนเอาได้ง่ายๆ มันลำบากจริงๆนะครับ ดีที่ว่าผมได้กลับบ้านที่ใต้เพื่อเอาของจากหอที่เคยอยู่ในมหาวิทยาลัยไปเก็บ โดยที่ไม่มีสองคนนั้นตามมา เพราะนาวก็ต้องเรียนหนังสือ คิมก็ต้องเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานบริหารในบริษัทของที่บ้านแล้ว ผมก็เลยได้พักเรื่องบนเตียงหนึ่งสัปดาห์ แต่ว่าสองคนนั้นก็โทรมาหาผมได้ตลอดเวลา คือเขาแข่งกันโทรมา เหมือนรู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็ต้องโทรมาหาผมโทรศัพท์ดังตลอดจนผมเองแทบประสาท เสีย ต้องดุไปคนละทีถ้าไม่เลิกทำแบบนี้จะปิดโทรศัพท์ ก็เลยดีขึ้น
พอตก กลางคืนต้องนอนคนเดียว ก็เลยคิดถึงสองคนนั้นขึ้นมา โอ้ยนี่ผมกลายเป็นคนสองใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วพอไม่มีสองคนนั้นมานอนกอดผมก็นอนไม่หลับอีก พอหลับก็ยังฝันถึงสองคนนั้นตลอดทั้งคืนอีก โอ้ยมันจะอะไรกันหนักหนาวะเนี่ย เราสามคนเคยทำอะไรร่วมกันมา ถึงได้มีความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ ไม่รู้ว่ากลับกรุงเทพเที่ยวนี้ ผมจะจัดการยังไงดี แล้วผมต้องไปอยู่กับใคร จะแย่งกันอีกมั้ยวะเนี่ย
ซักพักก็มีคนมานอนตักผม แล้วก็มีคนมาหอมแก้มผมจากนั้นก็กอด คนที่มานอนตักผมคือนาว ส่วนที่ผมหอมแล้วก็กอดผมคือคิม
“นึก ว่าหายไปไหน แอบมานั่งอยู่นี่เอง หายเพลียรึยัง” คิมแถมผมด้วยความอารมณ์ดี แต่ผมได้นั่งเงียบไม่เคลื่อนไหว เหมือนหมีซึมๆเพราะอาหารไม่ย่อย
“พี่อาม โกรธเราสองคนเหรอ ขอโทษนะ อารมณ์มันพาไป เราสองคนรักพี่อามมากจริงๆ มากกว่าทีใครจะยอมปล่อยให้พี่อามจากไป” นาวพูดแล้วก็เอื้อมมือขึ้นมาจับแก้มผม คำว่ารักกว่าที่จะปล่อยไป มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองน้ำตามันเอ่อขึ้นมาว่านี่ผมต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ ไปจริงๆใช่ไหม คิมเห็นท่าทางผมไม่ดี เลยกอดผมแน่นกว่าเดิม
“ขอโทษนะอาม เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เราจะไม่ทำให้อามเหนื่อยขนาดนี้อีกแล้ว” คิมดูรู้สึกผิดมาก
“ไม่ ได้โกรธหรอกแต่ว่า...” ผมก็ให้เหตุผลกับทั้งสองคนไปตามที่เล่าไว้ช่วงแรกของบทนี้แล้วละครับ พอผมพูดจบทุกคนก็ได้แต่เงียบ จนกระทั่ง....
“อาม คิมถามคำเดียว อามรักเราสองคนจริงๆใช่มั้ย”
“ไม่ รักจะหนีมานี่ทำไมให้ลำบาก ก็เพราะการที่เรามันเห็นแก่ตัวไม่ยอมเลือกใครไงล่ะ ที่ทำให้เราสามคนต้องอยู่ในสภาพนี้” ผมพูดด้วยเสียงขาดช่วง มันยากเหลือเกินที่จะบอกอะไรที่ช่างลำบากใจอย่างนี้ออกมา
“งั้นอามแค่รักเราสองคนก็พอที่เหลือเป็นเรื่องที่คิมกับนาวเอง” ผมตะลึงไม่คิดว่านี่จะเป็นเรื่องจริง แต่นาวพยักหน้าเห็นด้วย
“แค่ พี่อามบอกว่ารักเราสองคนก็พอครับ” นาวพูดจบแล้วก็คว้าผมมากอดไว้ แล้วคิมก็คว้าผมไปจูบ นาวเองก็เข้ามาด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้ลิ้นของผมกำลังพันกับทั้งลิ้นของสองหนุ่มที่เหมือนจะตัก ตวงความต้องการจากผมไม่พอซะที
“พอเหอะ พอแล้ว อย่าทำแบบนี้ในที่แบบนี้เลยนะ” ผมรู้สึกว่ามันจะเลยเถิดไปแล้ว เลยต้องหยุด แล้วทั้งสองหนุ่มก็หยุด แต่ก็ไม่วายซบผมที่ซอกคอผมคนละข้าง จากนั้นก็เดินกันออกมาโดยที่ทั้งสองคนยังกุมมือผมอยู่ ผมไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายที่มีคนสองคนมารัก แล้วผมก็รักเขาสองคนอย่างหมดหัวใจ คนหนึ่งก็เจ้าชายที่แสนดี อีกคนก็น้องชายที่ตัดกันไม่ลง ผมคิดถึงอนาคตตัวเองไม่ออกเมื่อต้องกลับไปกรุงเทพ เฮ่อ
ตกคืนนั้นสิ่งที่ ผมไม่อยากให้เกิดมันก็เกิด เพราะที่สุดแล้ว เราก็เล่น Threesome กันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังดีที่ว่าคราวนี้ไม่ได้รุนแรงแต่ก็ไม่วายที่ผมต้องเหนื่อยอยู่ดี ก็ผมต้องโดนทั้งสองคนเล่นทั้งช่วงบนช่วงล่าง ไม่ให้เหนื่อยให้เมื่อยยังไงไหว แต่สองคนนั้นดูจะแฮปปี้มาก ไม่ร้องครวญครางก็ร้องเรียกชื่อผมตลอดเวลา มันจะอะไรกันนักหนา โอ้ยผมจะบ้าตาย เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ดีนะที่คืนนั้นผมไม่ต้องเสียบด้วย เพราะไม่มีน้ำจะให้แตกแล้วครับ แล้วผมก็หลับไปใต้อ้อมกอดที่เปลือยเปล่าของเราสามคน แต่ไม่วายที่มือสองคนนั้นจับท่อนลำผมไว้ คือถ้าแข็งขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะปฎิบัติการต่อโดยทันที คงไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้าจะให้แข็งคงต้องไปกินม้ากระทืบโรงหรือไวอะกร้าแล้วมั้ง โอย ทำไมโลกเรามันช่างไม่รู้จักความพอดีซะเลย ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำลังถูกพระเจ้าให้รางวัลหรือถูกลงโทษกันแน่ จริงอยู่ครับว่ามันสุดแสนจะหฤหรรษ์ เสียวซ่านสะท้านไปทั่วทั้งกายแต่อะไรก็ตามที่มากเกินไปมันก็ไม่ดีใช่ไหมครับ อย่างชูชกก็กินจนท้องแตกตายเพราะโลภมากในการบริโภคอาหาร ผมก็กลัวเหมือนกันว่าจะตายคากองน้ำกามของสองหนุ่มที่ดูเหมือนว่าจะไม่รู้จัก อิ่มไม่รู้จักจักพอที่จะตักตวงกามรสจากผมซะที
สัปดาห์ต่อมาผมก็ได้เวลากลับบ้านซะที โดยที่คิมกับนาวมารับผมกลับไป ก่อนก ลับผมโทรคุยกับพี่หมอชาญเพื่อที่จะขอบคุณที่ช่วยหาที่พักพิงให้และเล่า เรื่องที่ผมตกลงอยู่กันไปแบบสามคน พี่หมอชาญได้ฟังแล้วก็เงียบไปซักพัก ก่อนที่จะถามว่า
“แน่ใจแล้วนะ ที่จะเลือกแบบนี้” พี่หมอชาญถามเสียงเครียด
“อ้าวก็พี่หมอชาญบอกว่าเคยบอกนี่ว่าอาจต้องคบไปสามคน”
“นั่นน่ะมันโบราณมาแล้วนะเว้ย ไม่ใช่ปัจจุบันนี้”
“แล้วจะให้ผมทำไงอ่ะ เลิกก็ไม่ได้อีก ผมก็เครียดนะเนี่ย”
“อามต้องแบ่งเวลาดีๆ เพราะสองคนนี้เขารักอามมาก แล้วอามคิดว่าจะอยู่แบบนี้ไปตลอดเหรอ”
“บอก ตามตรงเลยนะพี่หมอ ผมว่าเรากันอยู่กันแบบนี้ต่อไปนานๆไม่ได้หรอก เพราะผมรู้แล้วว่าจริงๆ สองคนนี้เขาแย่งชิงความรักจากผมกันอยู่ตลอดเวลา ผมรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกันจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้มันจะจบลงตรงไหน” จากนั้นพี่หมอชาญก็อวยพรให้ผมโชคดี และดูแลความรักของตัวเองดีๆ ฟังแล้วก็เหนื่อยใจ เพราะผมไม่รู้ว่าอนาคตความรักของผมจะเป็นอย่างไรเหมือนกัน
ทำไมผมถึง รู้ว่าสองคนนี้เขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกันจริงๆเหรอครับ เพราะเวลาที่เราปฏิบัติการเล่นรักกันสามคน ผมจะเหนื่อยมาก เพราะสองคนนั้นต่างคนต่างงัดเอากลเม็ดทั้งหลายมาปรนเปรอผมให้ผมพอใจใครคนใด คนหนึ่งมากที่สุด แล้วพอต่างคนต่างเห็นลีลาของอีกฝ่ายบนเตียง ก็กลัวว่าจะน้อยหน้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกว่าผมเสียวกระสันแบบสุดๆ โดยที่หลายครั้งก็ลืมไปว่าผมจะไม่มั้ย จนช่วงหลังผมต้องเป็นฝ่ายเสียบสองคนนั้นบ้าง ไม่งั้นก็อาจจะไม่มีแรงเดินได้ เวลาจะจูบก็ไปจูบใครก่อนไม่ได้ ต้องดึงสองคนนั้นมาจูบๆพร้อมๆกัน ไม่งั้นจะโดนใครคนใดคนหนึ่งงอนเอาได้ง่ายๆ มันลำบากจริงๆนะครับ ดีที่ว่าผมได้กลับบ้านที่ใต้เพื่อเอาของจากหอที่เคยอยู่ในมหาวิทยาลัยไปเก็บ โดยที่ไม่มีสองคนนั้นตามมา เพราะนาวก็ต้องเรียนหนังสือ คิมก็ต้องเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานบริหารในบริษัทของที่บ้านแล้ว ผมก็เลยได้พักเรื่องบนเตียงหนึ่งสัปดาห์ แต่ว่าสองคนนั้นก็โทรมาหาผมได้ตลอดเวลา คือเขาแข่งกันโทรมา เหมือนรู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็ต้องโทรมาหาผมโทรศัพท์ดังตลอดจนผมเองแทบประสาท เสีย ต้องดุไปคนละทีถ้าไม่เลิกทำแบบนี้จะปิดโทรศัพท์ ก็เลยดีขึ้น
พอตก กลางคืนต้องนอนคนเดียว ก็เลยคิดถึงสองคนนั้นขึ้นมา โอ้ยนี่ผมกลายเป็นคนสองใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วพอไม่มีสองคนนั้นมานอนกอดผมก็นอนไม่หลับอีก พอหลับก็ยังฝันถึงสองคนนั้นตลอดทั้งคืนอีก โอ้ยมันจะอะไรกันหนักหนาวะเนี่ย เราสามคนเคยทำอะไรร่วมกันมา ถึงได้มีความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ ไม่รู้ว่ากลับกรุงเทพเที่ยวนี้ ผมจะจัดการยังไงดี แล้วผมต้องไปอยู่กับใคร จะแย่งกันอีกมั้ยวะเนี่ย
No comments:
Post a Comment